ReadyPlanet.com
dot
dot
หลักสูตรรายวิชา
dot
bulletดนตรีเด็ก
bulletเปียโน
bulletไวโอลิน / วิโอล่า
bulletกีตาร์
bulletขลุ่ย Recorder
bulletฟลูท
bulletขับร้อง
dot
News Letter

dot
dot
บทความ
dot
bulletดนตรีพื้นฐานสำหรับเด็ก
bulletฟังดนตรีแล้วได้อะไร
bulletเด็กเริ่มเรียนดนตรีเมื่อไหร่ดีหนอ
bulletโลกดนตรีโลกเสรี


รวิษฏาร์  พันธุสุนทร ดนตรีเด็ก


ฟังดนตรีแล้วได้อะไร

ฟังดนตรีแล้วได้อะไร

"อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์"

บทกวีที่บรมกวีสุนทรภู่ได้เขียนไว้เมื่อประมาณ 200 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่า คนโบราณรู้จักคุณค่าของดนตรีมานานแล้ว และความรู้ทุกวันนี้ก็ตอกย้ำว่่าคนตรีนั้นมีคุณค่าจริงๆ  หากรู้จักใช้

   ลองเปิดเพลงที่คุณมีอยู่ที่บ้านฟังดูสิครับ ขณะที่กำลังฟังเพลง ลองสังเกตอารมณ์และความคิตของคุณว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพลงบางเพลงอาจทำให้คุณรู้สึกสนุกสนานอยากร่่ายรำกระโดดโลดเต้นไปกับจังหวะลีลาของเพลง 

   เพลงบางเพลงอาจทำให้ความคิตของคุณล่องลอยไป เกิดมโนภาพเกี่ยวกับทุ่งนาป่าเขา ความอุดมสมบรูณ์ ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า 

   บางเพลงช่้วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากความเมื่อยล้า สดชื่นเบาสบายขึ้นมา 

   ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ 

   ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า คลื่นเสียงของเครื่องดนตรีที่บรรเลงเป็นท่วงทำนองของเพลง จัวหวะของเพลงไปก่อให้เกิดความเปลื่ยนแปลงต่างๆ ในสมองของเรา ทำให้การทำงานของเซลล์สมองมีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นผลให้ความคิต อารมณ์ ความรู้สึกของเราเปลื่ยนไปด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าลักษณะของเพลง จังหวะ ท่วงทำนอง ตลอดจนประเภทของเครื่องดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงนั้นเป็นอย่างไร 

   เพลงที่มีจังหวช้าๆ จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบอยากหลับ เพลงที่มีจงหวะเร็ว เร่งเร้า จะทำให้เรารู้สึกตื่นตัว สนุกสนาน ซึ่งความช้าหรือเร็วของเพลงเราจะพิจารณาโดยเปรียบเทียบกับจงหวะการเต้นของหัวใจ ถ้าเพลงมีจังหวะเร็วกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจ เราเรียกว่าเพลงเร็ว ถ้าช้ากว่าเราเรียกว่าเพลงช้า 

   เพลงที่มีจังหวะพอดีกับจังหวะการเต้นของหัวใจหรือเร็วกว่านิดหน่อยจะมีผลทำให้เรารู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ง่วง ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกตื่นตัวอยู่ในที แต่ก็ไม่มากจนทำให้วอกแวกขาดสมาธิ เราพบว่าสภาวะแบบนี้เป็นสภาวะที่คนเราเรียนรู้ได้ดีที่สุด ดังนั้นเพลงแบบนี้จึงถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นหรือเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของคนเรามากขึ้น โดยใช้เปิดคลอไปในขณะที่เรียนหนังสือ อ่านหนังสือ หรือทำการบ้าน เราเรียกว่าเป็น Back Ground Music for Learning 

   ในด้านประเภทของเครื่องดนตรีซึ่งเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดเสียงเกิดคลื่นความสั่นสะเทือนไปกระทบกับประสาทการได้ยิน เราพบว่าเสียเครื่องดนตรีแต่ละชนิดนั้นมีผลต่อสมองมุนษย์แตกต่างกัน 

   เครื่องดนตรีที่มีความถี่ของเสียงที่สูง เช่น ไวโอลิน ซอ ขิม จะเข้ เปียโน จะมีผลต่อสมองส่วนที่ใช้ความคิตของมุนษย์ได้มากกว่าเครื่องดนตรีที่ให้เสียงความถี่ต่ำๆ ดังนั้นถ้าหากเราต้องการจะเลื่อกเพลงเพื่อกระตุ้นสมองส่วนในเรื่องของการเรียนรู้ การใช้ความคิตใช้เหตุผล ก็ควรเลือกเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีนกลุ่มนี้ และจังหวะของเพลงก็ต้องพอดีจัวหวะการเต้นของหัวใจ หรือเร็วกว่านิดหน่อย 

    เครื่องดนตรีที่มีความถี่ต่ำ มักจะมีผลต่ออารมณ์ของคนมากกว่า เช่น ขลุ่ย ฟลูท ปี่ แซกโซโฟน เป็นต้น เคยสังเกตไหมครับว่าเวลาฟังเพลงที่บรรเลงด้วย ขลุ่ยอารมณ์ของเราจะหวั่นไหวมาก ดังนั้นเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องในกลุ่มนี้ซึ่งไม่เหมาะกับการกระตุ้นการเรียนรู้ แต่่จะเหมาะกับการประเทืองอารมณ์และความรู้สึกของเรามากกว่า เปิดฟังให้มันซึ้งๆ เพื่อรำลึกถึงเรื่องราวบางเรื่อง และถ้าจังหวะมันช้ามากๆ บางครั้งอาจทำให้เราเข้าสู่ภวงค์แล้วหลับไปเลยก็ได้ 

   เครื่องดนตรีที่มีความถี่ของเสียงต่ำมากๆ เช่น ซอดับเบิ้ลเบส เบส กลองใหญ่ จะมีผลต่อความตื่นตัวของสมองและร่างกาย ถ้าจังหวะช้ามากๆ  มันจะให้ความรู้สึกที่เชื่องช้าอุ้ยอ้าย แต่ถ้าจังหวะเร็วจะทำห้รู้สึกตื่นตัว คึกคัก บางครั้งก็ถึงขั้นดุดันได้ 

   คงนึกออกนะครับว่าในสมัยโบราณ กองทัพต่างๆ จะใช้กลองเป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้ทหารเกิดความฮึกเหิมก่อนออกศึก ส่วนในปัจจุบันเราจะเห็นว่าเพลงร็อคที่เน้นจังหวะเบสและกลองมากๆ มักจะยั่วยุให้เกิดความตื่นตัว คึกคักในกลุ่มวัยรุ่นได้เสมอเพราะเสียงและจังหวะของมันมีผลต่อการทำงานของสมองในส่วนที่รับผิดชอบความตื่นตัว พอเพลงกระตุ้นมากๆ และนานๆความตื่นตัวก็มากเกินพอดี แล้วยิ่งมีบรรยากาศและคำร้องที่ปลุกเร้าเสริมเข้ามาอีก จึงไม่แปลกที่คอนเสิร์ตประเภทนี้มักจะพบเหตุการณ์วัยรุ่นยกพวกตีกันเป็นฉากประกอบอยู่เสมอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าดนตรีแบบนั้นจะไม่มีประโยชน์นะครับ เราสามารถใช้ดนตรีประเภทนี้ ปลุกเร้าพลัง สร้่างความฮึกเหิมเข้มแข็งในยามที่เราต้องการได้ 

   การจะฟังเพลงแบบไหน เวลาใดขึ้นอยู่กับความต้องการของเราครับว่าต้องการอะไรจากเพลง จริงๆ ยังมีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับดนตรีว่ามีผลต่อคนเราอย่างไรอีกมากมาย ซึ่ง " รักลูก" จะค่อยๆ นำเสนอไปเรื่อยๆ แต่อยากจะย้ำก่อนจะจบในฉบับนี้ก็คือ ดนตรีนั้นมีอิทธิพลต่อมุนษย์มากมายจริงๆ และที่น่าเป็นห่วงคือ เราไม่สนใจที่เรียนรู้ข้อมูลเหล่านี้เลย ทั้งๆ ที่ในชีวิตของเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมของเสียงดนตรีตลอดเวลา เพลงในวิทยุโฆษณาในโทรทัศน์ ไปเดินตามห้างสรรพสินค้า รับประทานอาหารที่ร้านข้างถนน เราล้วนได้ยินเสียงเพลงและเสียงดนตรีอยู่ตลอดเวลา แล้วเราจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร หรือป้องกันตัวเองจากโทษของมันอย่างไร

   เพราะ "อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์" จะเป็นจริงต่อเมื่อเรารู้จัก "ดนตรี" อย่างแท้จริง 

นพ. อุดม เพชรสังหาร

จาก นิตยสารรักลูก



สินค้าหรือบริการที่ 1article

รายละเอียดสินค้าโดยย่อ ก่อนดูรายละเอียดทั้งหมดที่อยู่ด้านใน

สินค้าหรือบริการที่ 2article

รายละเอียดสินค้าโดยย่อ ก่อนดูรายละเอียดทั้งหมดที่อยู่ด้านใน

สินค้าหรือบริการที่ 3article

รายละเอียดสินค้าโดยย่อ ก่อนดูรายละเอียดทั้งหมดที่อยู่ด้านใน

หน้า 1/1
1
[Go to top]



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

Maison De La Musique1.
ที่อยู่ :  เลขที่ 105/1 Bon Marche Market ห้อง B309 เขต :  จตุจักร แขวง : ลาดยาว
จังหวัด : กรุงเทพมหานคร      รหัสไปรษณีย์ : 10900
เบอร์โทร :  02 9542994      มือถือ :  089 452-1515 , 084 1252514
อีเมล : krunuy@windowslive.com
เว็บไซต์ : www.maisondelamusique1.com